การลดปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ


ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

1.เป็นปัญหาการติดเชื้อที่พบมากที่สุดใน ICUได้มีการประยุกต์ใช้วิธี Collaborative

   Quality Improvement. ปี 2552 ก่อนดำเนินการ 9.77 ลดลงเป็น 8.83 ครั้ง/วันใช้เครื่องช่วยหายใจ

2.ค่าใช้จ่ายสูง

3.วันนอนนานขึ้น

4.ได้พัฒนาต่อเนื่อง โดยการใช้ evidence based practice มาเป็นแนวทางในการลดอุบัติการณ์ การเกิดปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยการ PDSA และ R to R

อุบัติการณ์การเกิดปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ

วัตถุประสงค์

เพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ

ตัวชี้วัด

1.ปี 2553 อัตราการเกิด VAP<8 ครั้ง/1000 วันใช้เครื่องช่วยหายใจ

2.ปี 2554 อัตราการเกิด VAP<7 ครั้ง/1000 วันใช้เครื่องช่วยหายใจ

3.ปี 2555 อัตราการเกิด VAP<6 ครั้ง/1000 วันใช้เครื่องช่วยหายใจ

ขั้นตอนดำเนินการ

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

W=Wean

1.ปรับปรุง Protocol weaning

2.CQI การหย่าเครื่องช่วยหายใจใน ICU

ผลการใช้ weaning Protocol

ปี 54 ปี 55

จำนวนผู้ใช้ ventilator

157%
108%

จำนวนวันใช้เครื่องเฉลี่ย

705%
3.25%

อัตราการ wean สำเร็จ

48%
70%
T-piece
5%
10%
spontaneous
85%
90%

Pressure support

85%
90%

Fail wean

62%
30%

H = Hand hygiene

CQI hand hygiene approach(5moments for hand hygiene approach)

1.Before touching a patient

2.Before clean/Aseptic procedure

3.After touching a patient

4.After touching patient surroundings

5.After body fluid exposure risk



A = Aspiration Precautions

Aspirations จาก ET

1.R to R ท่อเลื่อนหลุด

2.non invasive positive pressure vent.

3.circuit condensate, suction เหนือ cuff

4.cuff pressure 20-30cm H2O

ผลของการพยาบาลผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจอย่างมีแบบแผนต่อการลดภาวะพร่องออกซิเจน การเลื่อนหลุดของท่อช่วยหายใจ และการใส่ท่อช่วยหายใจซ้ำ งานผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลสตูล


Aspirations จาก NG

นวตกรรม ลูกดิ่งมหัศจรรย์

HOB 30-40 องศา ตรวจสอบตำแหน่ง

นวตกรรม เทพีเสรีภาพ

NG:Content ถอดได้เร็วสุด


P = Prevention contamination

ขั้นตอนลดการปนเปื้อนในการใส่ท่อช่วยหายใจ

1.ใช้ aseptic technique

2.เตรียม Ventilator

3.เปลี่ยน circuit

4.เมื่อสกปรกเทหยดน้ำในท่อเป็น routine

5. ใช้ saliva ดูดในปาก

6.ใช้ closed suction

7.ORAL CARE:แปรงฟัน

8.0.12%chlorhexidine

การประเมิน VAP risk index analysis 2012

1.อุณหภูมิ : 38.5-38.9

2.Blood leukocyte

3.Tracheal secretion

4.ออกซิเจน : PaO2/FiO2

5.Chest X-rays infiltration

6.Progress infiltration

7.ผลเพาะเชื้อ

แผนภูมิแสดงอัตราการเกิดปอดอักเสบ หอผู้ป่วยหนัก

แผนภูมิแสดงอัตราการเกิด VAP, MDR หอผู้ป่วยหนัก ปี 56

แผนภูมิแสดงค่าใช้จ่าย antibiotic หอผู้ป่วยหนัก

บทเรียนที่ได้รับ

1.การใช้ VAP index ในการวินิจฉัย VAP ช่วยให้การเฝ้าระวัง VAP มีประสิทธิภาพมากขึ้น (ปลอดภัยจาก VAP ถ้าใส่เครื่องช่วยหายใจไม่นานเกิน 7-10 วัน)

2.ความไวและความต่อเนื่องในการปฏิบัติตามแนวทาง WHAP+SHIP ทำให้สามารถลด VAP+MDR ในหน่วยงานลดลงได้

3.กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจ, เครื่องช่วยหายใจ ภายนอกหน่วยงาน (หอผู้ป่วยใน, รพ.ชุมชน) ซึ่งไม่สามารถควบคุมสิ่งแวดล้อมได้และนอนนานมีโอกาสเกิดการติดเชื้อสูง

4.การป้องกันการติดเชื้อที่ดีที่สุดคือ การล้างมือ

การพัฒนาต่อยอด

1.ใช้แนวปฏิบัติ WHAP ทั้งโรงพยาบาล

2.เชื่อมโยงสู่โรงพยาบาลเครือข่าย : การใส่ท่อช่วยหายใจ, การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยใส่ tube, การ stab, ความสะอาดของอุปกรณ์

3.การป้องกัน CAP : การล้างมือในผู้ป่วยและญาติ